เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น ต้นไทรประหลาดอยู่ๆ ก็ออกผลเป็นลูกขนุน

ชาวบ้านสตูล ชายแดนไทย-มาเลเซีย ประหลาดใจต้นไทรเขตโนแมนแลนด์ อยู่ๆ ออกผลเป็นลูกขนุน และเคยให้เลขเด็ด คนเก่าแก่ในพื้นที่เล่า เมื่อก่อนเป็นต้นขนุนแต่โดนต้นไทรเติบโตทับที่กัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีชาวบ้านได้พบต้นไทรประหลาด ออกผลเป็นลูกขนุน บริเวณด่านพรมแดนวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบต้นไทรขนาดใหญ่และออกผลเป็นขนุนจริง โดยต้นไทรอยู่ในเขตพื้นที่โนแมนแลนด์ ระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ส่วนลูกขนุนโผล่ออกมาในฝั่งเขตแดนประเทศไทย เป็นที่ประหลาดของผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

นายนันทวัฒน์ เต๊ะสมัน ชาวบ้าน ต.วังประจัน อ.ควนโดน กล่าวว่าตอนแรกเดินอยู่ฝั่งไทยบริเวณด่านพรมแดนวังประจัน อ.ควนโดน เห็นลูกขนุนโผล่ออกมาก็ไม่ได้สังเกตอะไรแต่พอมองที่ต้นแปลกใจว่าเป็นต้นไทรไม่ใช่ต้นขนุน รู้สึกแปลกใจมาก ต้นไทรอยู่ในเขตโนแมนแลนด์ติดด้านฝั่งไทย จึงข้ามไปดูพบว่ามีกิ่งขนุนออกมาจากต้นไทร และมีต้นไทรโอบตามกิ่งขนุนไปด้วยพร้อมหยั่งรากลงไปบริเวณกิ่งขนุนที่ทอดออกมาพร้อมมีลูกขนุน 2 ลูก

ส่วนลูกขนุนที่โผล่มาฝั่งไทยนั้นพบว่ามีต้นไทรโอบล้อมจนมิดต้นขนุนและมีตาจากต้นขนุนโผล่ออกมาพร้อมใบและลูกขนุนดังกล่าวก็โผล่ออกมาด้วย หากมองจากฝั่งไทยจะดูเหมือนต้นไทรออกลูกเป็นขนุนเพราะต้นขนุนถูกต้นไทรคลุมไว้หมดแล้ว

แต่ต้นขนุนที่ถูกโอบล้อมก็พยายามแตกกิ่งออกไปโดยมีกิ่งไทรตามโอบไปด้วย นอกจากนี้ต้นไทรยังแผ่รากลงไปอีก 1 รากและมีผ้า 3 สีมาผูกไว้ด้วย ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่ต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดสามารถอยู่ร่วมกันได้ เช่นเดียวกับคนเราที่แตกต่างกันแต่สามารถอยู่ร่วมกันได้

ขณะที่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรวังประจัน บอกว่าที่เห็นมีผ้าหลายสีมาผูกที่ต้นไทรเพราะมีคนได้โชคได้ลาภ ได้เลขเด็ด จากต้นไทร ก็เลยมาแก้บนกัน นอกจากนี้ชาวบ้านที่เคยปลูกบ้านอยู่บริเวณดังกล่าวนี้ บอกว่าต้นขนุนดังกล่าวอายุประมาณ 35-40 ปีแล้ว

สำหรับต้นไทรนั้นไม่ทราบว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มาพบอีกทีก็ไม่เห็นต้นขนุนแล้วเห็นเพียงต้นไทรที่แผ่กิ่งก้านสาขา ให้ร่มเงาแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาใช้บริการ และมาสังเกตอีกทีก็ตอนต้นขนุนโผล่ออกมา จึงทราบว่าต้นขนุนยังไม่ตาย เพียงแต่ถูกไทรโอบล้อมไว้จนมิด ต้นไทรออกลูกเป็นขนุนจึงเป็นที่แปลกตาของชาวบ้านที่ผ่านไปมาบริเวณดังกล่าวอย่างมาก